สาเหตุแห่งการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ

สาเหตุของการลดลงของความหลากหลายทางชีวภาพในประเทศไทยนั้น พอจะสรุปได้ว่ามาจากปัจจัยสำคัญ ๆ 5 อย่างคือ

1) การนำเอาทรัพยากรชีวภาพมาใช้ประโยชน์มากเกินไป

2) การค้าขายสัตว์ป่าและพืชป่าแบบผิดกฎหมาย

3) การรบกวนแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติและระบบนิเวศ และ

4) การสูญเสียแหล่งที่อยู่อาศัย

5) การนำพืชที่มีการตัดแต่งหน่วยถ่ายทอดพันธุกรรมหรือยีน (พืชจีเอ็มโอ) เข้ามาปลูก

การล่าสัตว์เป็นสาเหตุทำให้สัตว์เฉพาะถิ่นหลายชนิดสูญพันธุ์ไป เช่น สมันที่เคยอาศัยในป่าดงดิบที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนกลางของประเทศไทย เนื่องจากเนื้อสมันเป็นที่นิยมบริโภคประกอบกับสมันเป็นสัตว์ป่าที่ปราศจากเขี้ยวเล็บไว้ต่อสู้ศัตรู จึงถูกตามล่าโดยง่ายและอย่างกว้างขวางโดยไม่มีกฎเกณฑ์ เช่น การล่าสัตว์ป่าในช่วงฤดูผสมพันธุ์ เหล่านี้ทำให้สมันถูกล่าเอาเนื้อมาเป็นอาหารจำนวนมากทุก ๆ ปี จนประชากรลดลงและสูญพันธุ์จากโลกไปในที่สุด หรือการที่ชาวเขานิยมออกเก็บกล้วยไม้ป่าแล้วมากองชายริมทางรถไฟ โดยเฉพาะแถวสถานีขุนตานในราคาถูก ผู้คนก็นิยมซื้อกันมากทุก ๆ เที่ยวที่รถไฟหยุดจอดที่สถานีแห่งนี้ เมื่อมีผู้นิยมซื้อมากขึ้นนักเก็บของป่าก็ยิ่งเสาะหากล้วยไม้พันธุ์เฉพาะถิ่นเอาออกมาวางขายมากยิ่งขึ้น ในที่สุดกล้วยไม้ป่าหลายชนิดของเราก็สูญพันธุ์จากไปตลอดกาล เดี๋ยวนี้นั่งรถไฟผ่านสถานีขุนตานจะไม่ได้เห็นพันธุ์กล้วยไม้ป่านานาชนิดอย่างแต่ก่อนอีกแล้ว

การค้าสัตว์และพืชป่าอย่างผิดกฎหมายก็เป็นการคุกคามโดยตรงอีกอย่างหนึ่งต่อความหลากหลายทางชีวภาพ เพราะความต้องการสัตว์และพืชชนิดหายากมีสูง จำทำให้ราคาของสิ่งมีชีวิตชนิดต่าง ๆ เหล่านี้สูงมาก ทำให้สัตว์และพืชที่กำลังจะสูญพันธุ์ต้องเผชิญกับการลักลอบตามเล่าและการตัดฟันหรือขุดถอนอย่างผิดกฎหมาย การกระทำเช่นนี้ทำให้ประชากรของสัตว์และพืชป่าลดลงอย่างรวดเร็ว และในที่สุดหลายชนิดก็สูญพันธุ์หมดไป

การรบกวนแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติและระบบนิเวศ ถือเป็นการคุกคามต่อการรักษาสถานะของความหลากหลายทางชีวภาพอย่างรุนแรงที่สุด การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าไม้เพื่อนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น ทั้งป่าดิบชื้น ป่าชายเลน ป่าพรุที่ชุ่มน้ำต่าง ๆ รวมทั้งการสร้างอ่างเก็บน้ำและเขื่อนพลังน้ำ การขยายเขตชุมชนเมือง การจัดการท่องเที่ยวปราศจากหลักการและการควบคุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากผู้ดำเนินการเอกชนที่มุ่งหวังเฉพาะรายได้ และภาวะมลพิษ เหล่านี้ล้วนแต่มีผลให้ประชากรสัตว์และพืชป่าลดลงทั้งสิ้น นอกเหนือไปจากการคุกคามต่อชีวิตในป่าของกิจกรรมต่าง ๆ จากมนุษย์ดังที่กล่าวมาอย่างรุนแรงต่อความหลากหลายทางชีวภาพอีกประการหนึ่งคือ การสูญเสียแหล่งที่อยู่อาศัยในธรรมชาติ แหล่งที่อยู่อาศัยของทรัพยากรชีวภาพที่สำคัญที่สุดคือ ระบบนิเวศของป่าธรรมชาติ การตัดไม้ทำลายป่าจึงเป็นการทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารที่สำคัญและจำเป็นของชีวิตป่าให้หมดไปด้วย พรรณไม้ที่ซึ่งอยู่ตามธรรมชาติในป่าโดยเฉพาะไม้ใหญ่ทั้งหลายจะเป็นตัวควบคุมโครงสร้างของระบบนิเวศของป่า รวมทั้งสภาพภูมิอากาศในระบบนิเวศนั้น ๆ ใบไม้กิ่งไม้จากป่าที่มิได้ถูกตัดฟันจะร่วงหล่นทับถมอยู่บนพื้นป่า และจากการย่อยสลายของจุลินทรีย์ ธาตุอาหารตลอดจนแร่ธาตุต่าง ๆ ก็จะถูกปลดปล่อยออกมา ซึ่งก็จะกลายเป็นอาหารของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดของป่าโดยจะดำเนินไปตามระบบห่วงโซ่อาหาร (food chain) และระดับขั้นในการกินอาหาร (trophic levels) ของระบบนิเวศนั้น ๆ ดังที่ได้กล่าวมาในบทต้น ๆ แล้ว

ในการประชุมสุดยอดสิ่งแวดล้อมโลกคือ Earth Summit 1992 ที่นครริโอเดอจาเนโร ประเทศบราซิลเมื่อ พ.ศ. 2535 ในปริญญาริโอหรือ Rio Resolution ซึ่งประเทศสมาชิกของสหประชาชาติจำนวน 157 ประเทศลงนามรับรองแล้วนั้น มีอยู่ข้อหนึ่งที่ระบุไว้โดยมีใจความว่ากิจกรรมใด ๆ ทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพ (biotechnology) จะต้องควบคุมได้ ซึ่งประเด็นนี้บ่งชี้ให้เห็นความสำคัญในแง่ผลกระทบจากการที่มนุษย์นำผลผลิตทางเทคโนโลยีชีวภาพไปใช้และมีผลต่อสภาพแวดล้อม แต่ปัจจุบันประเทศที่ก้าวหน้าทางเทคโนโลยีชีวภาพได้ผลิตภัณฑ์พืชโดยเฉพาะพืชเศรษฐกิจบางอย่าง เช่น ถั่วเหลือง ข้าว มันฝรั่ง มะเขือเทศ และฝ้าย ฯลฯ โดยมีการดัดแปลงหน่วยถ่ายทอดพันธุกรรมหรือที่เรียกว่า พืช จี เอ็ม โอ (GMO = Genetically Modified Organisms) แล้วออกมาจำหน่ายให้เกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศกำลังพัฒนานำไปปลูกและบริโภค

พืช จี เอ็ม โอ นี้ โดยทั่วไปจะมีหน่วยถ่ายทอดพันธุกรรมจากสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นที่ไม่ใช้จากพืชนั้น ๆ ปะปนอยู่โดยการตัดต่อยีน เพื่อให้พืชจีเอ็มโอนี้มีความทนแล้ง ทนแมลงศัตรู หรือมีคุณภาพอื่น ๆ ตามที่มนุษย์ต้องการ ซึ่งหากเกษตรกรรวมทั้งผู้บริโภคผลิตผลจากพืช จีเอ็มโอ นิยมใช้กันอย่างกว้างขวางแล้ว ในที่สุดพันธุ์ดั้งเดิมซึ่งมีความหลากหลายทางพันธุกรรมมากมากจากที่ธรรมชาติให้ไว้ก็จะไม่เป็นที่นิยมปลูกและบริโภค ส่วนเกษตรกรก็ไม่สามารถมีพืช จีเอ็มโอ ปลูกของตนเองได้ เพราะไม่มีความสามารถด้านเทคโนโลยีชีวภาพพอ และจำเป็นต้องพึ่งประเทศหรือบริษัทข้ามชาติผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์พืชตัดต่อยีนนี้ตลอดไป ประการที่สำคัญคือ เมื่อพันธุ์ต่าง ๆ ในธรรมชาติหมดคุณค่า (ในสายตาของเกษตรกรและผู้บริโภค) แล้วในที่สุดสูญพันธุ์หมดไปทำให้เกิดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพไปอย่างไม่มีทางแก้ (รายละเอียดเกี่ยวกับผลกระทบจากเทคโนโลยีชีวภาพจีเอ็มที่มีต่อความหลายทางชีวภาพของไทย นอกเหนือจากรัฐจัดเตรียมนโยบายและแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวไว้เป็นการล่วงหน้า

(http://www.thaigoodview.com)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: